สนุกไปกับ 14 วัน ในวงจรชีวิตของผีเสื้อ

มาเรียนรู้วงจรชีวิต 14 วัน ของหนอนผีเสื้อ ด้วยการทดลองเลี้ยงเจ้าหนอนพวกนี้ ตั้งแต่ยังเป็นเพียงไข่ใบจิ๋วบนใบไม้ แล้วค่อยๆกลายมาเป็นหนอนน้อยหิวโซ ตัวเบ้ง ..จากนั้นจึงเข้าวงจรของดักแด้ และกลายเป็นผีเสื้อแสนสวยแล้วช่วยกันปล่อยผีเสื้อน้อยคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อขยายพันธุ์ต่อไปในท้ายที่สุด

อุปกรณ์

  1. กล่องพลาสติก ที่มีช่องระบายอากาศด้านบน (สำหรับเลี้ยง หนอนแก้ว)
  2. พืชอาหาร ตามแต่ละชนิดของหนอนผีเสื้อพันธุ์ที่เลี้ยง เช่น ใบหม่อน ใบมะนาว ใบมะกรูด
  3. ถังน้ำหรือขวดแก้วขนาด 6 ลิตร (สำหรับเลี้ยง ดักแด้)
  4. ตระแกรงพลาสติก (สำหรับกันแมลง และให้หนอนแก้ว เกาะกินใบไม้)
  5. เชือก

วิธีการเล่น

  1. นำไข่ผีเสื้อ มาเลี้ยงในกล่องพลาสติกที่มีความชื้น โดยใช้สำลีหรือกระดาษทิชชู่ชุบน้ำปูไว้ในกล่อง

2. ไข่ผีเสื้อ จะใช้เวลาประมาณ 4-7 วัน ในการฟัก
3. เมื่อเติบโต เป็น หนอนแก้ว ให้นำหนอน ย้ายไปเลี้ยงในกล่องพลาสติกที่ใหญ่ขึ้น
4. ในระยะหนอนแก้วนี้  ให้หาพืชอาหารใบอ่อน สำหรับเป็นอาหารให้กับหนอนน้อย (บอกเลยว่า เจ้าหนอนพวกนี้ กินดุมากก โปรดเตรียมพืชอาหารไว้ให้เพียงพอกับความหิวโซของพวกมันด้วย)

5. เมื่อหนอนมีขนาดโตขึ้น และใกล้เข้าดักแด้ ตัวดักแด้จำเป็นจะต้องมีที่แขวนตัว (เพราะหากไม่มีที่แขวนตัว ผีเสื้อโตเต็มวัยจะไม่สามารถบินออกจากดักแด้ได้)   สังเกตง่ายๆ คือ มันจะเริ่มนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ไม่กินอาหาร) ให้เตรียม กล่องสำหรับเลี้ยงดักแด้ ซึ่งสามารถโดยทำเองได้ง่ายๆ  ดังต่อไปนี้

ถังเลี้ยงดักแด้

  • นำถังน้ำพลาสติก ขนาดประมาณ 6 ลิตร มาตัดบริเวณด้านบนออก
    (หากเป็นขวดแก้ว เลือกขวดแก้วที่ไม่มีฝาปิด)
  • เจาะรูที่บริเวณด้านบน เพื่อเตรียมร้อยเชือก สำหรับทำที่แขวนตัวดักแด้

6. เมื่อหนอนเข้าดักแด้แล้ว ดักแด้จะแขวนห้อยอยู่ในลักษณะต่าง ๆกันตามชนิดและวงศ์ของผีเสื้อ  โดยดักแด้ที่ยังอ่อนนิ่มอยู่เนื่องจากหนอนลอกคราบเป็นดักแด้ใหม่ ๆ ไม่ควรเคลื่อนย้ายหรือแกะออกจากจุดที่ดักแด้แขวนตัวอยู่เพราะถ้าดักแด้ถูกวางหรือหล่นอยู่บนพื้น ดักแด้จะไม่สมบูรณ์ ทำให้กลายเป็นผีเสื้อที่มีปีกไม่สมบูรณ์ในที่สุด

คำแนะนำ

ในกรณีที่พืชอาหารหายาก แนะนำให้หาพืชอาหารไว้ก่อนล่วงหน้า โดยกะปริมาณให้เพียงพอกับความต้องการของหนอนแก้ว โดยเก็บพืชอาหารไว้ในถุงพลาสติก แบ่งใส่ในตู้เย็น แล้วทยอยนำออกมาแบ่งให้หนอนกิน วันต่อวัน

Wormery House บ้านไส้เดือนกำจัดขยะ

Wormery หรือ บ้านไส้เดือนโฮมเมดกำจัดขยะ คือ ระบบที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการแปลงเศษอาหารในบ้าน ให้กลายเป็น ปุ๋ยหมักอินทรีย์ชั้นดี ที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยกระบวนการตามธรรมชาติ การสร้างบ้านไส้เดือนฯ ที่จะช่วยแสดงให้เด็ก ๆ เห็นว่า ไส้เดือนเคลื่อนตัวผ่านชั้นต่าง ๆ ของโลกได้อย่างไร ? และ การเคลื่อนตัวของพวกมันมีประโยชน์และช่วยในการหมักปุ๋ยได้อย่างไรกันแน่ ??

อุปกรณ์

  1. ขวดแก้ว หรือ ขวดพลาสติก ขนาดประมาณ 1 ลิตร
  2. ขวดน้ำพลาสติก 1 ขวด สำหรับใส่น้ำอุณหภูมิห้อง (ขวดเล็ก)
  3. กรรไกร / คัตเตอร์
  4. เทป
  5. กระดาษทราย
  6. ดิน
  7. ทรายละเอียด
  8. ก้อนกรวด
  9. ดินที่ผสมมูลสัตว์
  10. เศษผัก (ที่มีรสจืด)
  11. ใบไม้แห้ง

วิธีการเล่น

  1. วางก้อนกรวดลงที่บริเวณก้นภาชนะที่เตรียมไว้ จากนั้นจึงเททรายละเอียดลงที่บนก้อนกรวดที่วางไว้ก้นภาชนะ  แล้วเทชั้นดินผสมมูลสัตว์ลงไป  สลับด้วยเศษผัก
    เศษอาหารที่มีรสจืด ที่สามารถใช้ทำปุ๋ยหมักได้ แล้ววางทับด้วยใบไม้แห้งหรือหญ้าแห้งลงไปอีกชั้น (ความหนาประมาณ 1 นิ้ว ต่อ 1 ชั้น)

อาจสรุปการจัดเรียงตัวของชั้นต่างๆ ได้ดังนี้

  • ชั้นที่ 1 : ก้อนกรวด
  • ชั้นที่ 2 : ทรายละเอียด
  • ชั้นที่ 3 : ดินผสมมูลสัตว์
  • ชั้นที่ 4 : เศษผัก เศษอาหาร
  • ชั้นที่ 5 : ใบไม้แห้ง / หญ้าแห้ง

2. วางชั้นทราย – ชั้นดิน – เศษผัก เศษอาหาร ตามรายละเอียดด้านบน สลับกันอย่างนี้ลงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเต็มขวด ประมาณ 3 ใน 4 โดยในชั้นสุดท้ายให้มีความหนาประมาณ 2-3 นิ้ว

3. เมื่อจัดวางพื้นที่ของชั้นแต่ละชั้น ในบ้านไส้เดือนโฮมเมดกำจัดขยะเรียบร้อยแล้ว ให้หยดน้ำลงไปให้ทั่วบริเวณชั้นบนสุด
4. จากนั้นจึงนำไส้เดือน (ที่เด็กๆ หาได้จากในสวนหลังบ้าน ส่วนมากมักพบได้บริเวณใต้ก้อนหิน) จำนวนประมาณ 1 กำมือ ลงบนบ้านไส้เดือนโฮมเมดของเรา

5. วางใบไม้แห้ง หรือหญ้าแห้ง ลงบนพื้นที่ชั้นบนสุด
6. จัดวางบ้านไส้เดือนโฮมเมดหลังนี้ ในบริเวณที่แน่ใจว่า “เย็น” และ “มืด”

คำแนะนำ

ตรวจสอบให้แน่ใจว่า ชั้นดินในบ้านไส้เดือนโฮมเมด มีความ “ชื้น แต่ไม่แฉะ” โดยอาจจะใส่ใบไม้แห้ง หรือหญ้าแห้ง เพิ่มเติมลงไปอีกด้วย

Sink or Float Experient – ลอย หรือ จม

“ลูกคิดว่า จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราใส่ของชิ้นนี้ลงไปในอ่างน้ำ?”

“ของสิ่งนี้จะจม หรือ ลอย เมื่อเราวางลงไป?”

นี่คือการทดลองวิทยาศาสตร์ที่สนุก และง่ายมากๆ อีกอย่างหนึ่ง ที่เด็กๆ ชอบมาก ! โดยเฉพาะเด็กเล็กก่อนวัยเรียนที่ดูจะอยากรู้ไปหมดซะทุกอย่าง  เพียงลองคำถามและพูดคุยกับเด็กๆ ถึงสิ่งที่เรากำลังสังเกตอยู่ พร้อมทั้งให้คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ กับเด็กๆ เพื่อให้พวกเขาเข้าใจมากขึ้น เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาได้เห็น

อุปกรณ์

  1. อ่างน้ำพลาสติก
  2. สิ่งของต่างๆ ที่ต้องการทดสอบ เช่น ก้อนหิน ใบไม้ กิ่งไม้ เชือก

วิธีการเล่น

  1. เริ่มต้นด้วยการพูดคุยเกี่ยวกับคำศัพท์ ที่เกี่ยวกับ “จม หรือ ลอย” , “หนัก – เบา”
  2. จากนั้นจึงนำ อ่างน้ำ ออกมา แล้วค่อยๆ เทน้ำ ใส่ลงไปในอ่าง
  3. ให้เด็กๆ เลือกสิ่งของที่เขาสนใจ แล้วลองตั้งคำถามๆ เขาว่า คิดว่า ของสิ่งนี้ มีน้ำหนัก หนัก หรือ เบา

4. ให้เด็กๆ ลองหย่อนของที่พวกเขาเลือก ลงไปในอ่างน้ำ แล้วสังเกตว่า ของที่ว่า “ลอย หรือ จม”

Bird Feeder ที่ให้อาหารนก ฉบับ D.I.Y

เช้าวันหนึ่ง ขณะที่นั่งคิดว่า จะทำอย่างไรกับกล่องนมเปล่า และกล่องน้ำผลไม้ ที่วางกองอยู่ในถังรีไซเคิล ก็พลันหันไปเห็นนกนางแอ่นแม่ลูก ที่บินมาเกาะที่หน้าต่างบานใหญ่

“สร้างบ้านนก !” นี่คือ เสียงที่ดังก้องอยู่ในหัว  PlayRoom นี่ ขอชวนทุกคนมาสนุกกับการเปลี่ยนขยะรีไซเคิล ให้กลายเป็นบ้านสำหรับให้อาหารนกน้อย ที่สวยเก๋ และไม่ซ้ำใคร

อุปกรณ์

  1. กล่องนม หรือ กล่องน้ำผลไม้ ขนาดใหญ่
  2. กรรไกร หรือ คัตเตอร์
  3. สีอะคริลิค
  4. ปากกามาร์คเกอร์
  5. พู่กัน
  6. แปรงทาสี
  7. ไม้ไอศกรีม
  8. กาว
  9. เชือก
  10. อาหารนก ที่ทำจาก ถั่ว เมล็ดพืช เช่น ข้าวโพดเหลือง เมล็ดทานตะวัน และลูกเกด

วิธีการเล่น

  1. นำกล่องนมที่เหลือใช้ มาทำความสะอาด แล้วนำไปตากให้แห้ง จากนั้นให้ใช้กระดาษทรายถูที่บริเวณร่องของกล่องนม เพื่อให้พื้นผิวของกล่องนมเรียบเนียน
    (จะได้ทาสีติดทนทานมากขึ้น)
  2. นำสีอะคริลิค สีขาว มาใช้ทากล่องนม โดยทาทับประมาณ 3-4 ชั้น จนกว่ากล่องนมทั้งหมดจะเป็นสีขาวทึบ  แล้วจึงนำไปตากให้แห้ง
  3. ใช้ดินสอร่างบริเวณที่ต้องการจะให้เป็นประตูบ้าน แล้วใช้คัตเตอร์ค่อยๆ เจาะรูออกเพื่อทำช่องประตู
  4. เจาะรูที่บริเวณผนังด้านบนของกล่องนม เพื่อทำที่แขวน
  5. เจาะรูด้วยดินสอ หรือรูใต้ช่องประตู เพื่อสำหรับทำแกนเดือย
  6. ระบายสี และตกแต่งกล่องนม ตามใจชอบ

7. กรอกเมล็ดพันธุ์พืช ไว้ด้านล่างของกล่อง สำหรับอาหารของนก
8. แขวนบ้านให้อาหารนกไว้กับกิ่งไม้ ที่แข็งแรง

Flower Collage ภาพคอลลาจจากสวนหลังบ้าน

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ทุกบ้าน สามารถชวนลูกออกไปเล่นตามธรรมชาติกันได้แบบง่าย ๆ เพียงแค่ชวนเด็ก ๆ ไปเดินเล่นในสวนหลังบ้าน ! เพราะทั้งใบไม้ แท่งไม้ ก้อนหิน ต้นหญ้า ตลอดจนของเหลือใช้ในบ้าน ก็ล้วนแล้วแต่ช่วยเติมเต็มจินตนาการที่แสนสนุกให้กับเด็ก ๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

วันนี้ เราจะชวนเด็ก ๆ มาลองทำ “ศิลปะแบบประติดประต่อ” ที่เรียกว่า “คอลลาจ”  โดยนำธรรมชาติที่พบได้จากสวนหลังบ้าน มาสร้างสรรค์ลงบนจานกระดาษใบเก่ง

อุปกรณ์

  1. จานกระดาษ
  2. ปูนพลาสเตอร์
  3. น้ำเปล่า
  4. ดอกไม้ ใบหญ้า
  5. ภาชนะสำหรับใช้ผสมปูน

วิธีการเล่น

  1.  จูงมือเด็กน้อย เดินเข้าไปในสวนหลังบ้าน เพื่อเก็บดอกไม้ใบหญ้าที่พวกเขาชื่นชอบ มาวางลงบนจานกระดาษ
  2. เทน้ำสะอาดลงในภาชนะที่เตรียมไว้ แล้วจึงเทปูนพลาสเตอร์ลงไป จากนั้น
    คนให้เข้ากัน (โดยตวงปริมาณตามความต้องการด้วยวิธีการคำนวณ โดยใช้ภาชนะตวง ให้ปริมาณของน้ำให้น้อยกว่าพื้นที่รวม 3 ใน 4 ส่วน  โดยให้ใส่น้ำก่อนใส่ปูนเสมอในการผสมปูน)
  3. ผสมปูนกับน้ำให้เข้ากัน โดยคนให้เข้ากัน จนปูนข้นเป็นครีม แต่ไม่ควรกวนปูนนานเกิน 4-5 นาที
  4. เทปูนพลาสเตอร์ที่ผสมแล้วลงใน จานกระดาษที่เตรียมไว้ ด้วยความรวดเร็ว (ประมาณ 2-3 นาที)
  5. วางดอกไม้ ใบหญ้า กิ่งไม้ และของต่าง ๆ ที่ต้องการนำมาใช้ในการคอลลาจ ลงบนจานกระดาษ ในข้อ 4

คำแนะนำ

สามารถจัดเรียงใบไม้ ดอกไม้ ให้เป็นรูปทรงที่เด็ก ๆ สนใจได้

ZWater Xylophone เสียงเพลงจากแผ่นน้ำ

ไซโลโฟน คือ เครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะ หรือที่รู้จักกันดีในหมู่นักดนตรีที่เรียกว่า  เครื่องเพอร์คัชชั่น (Percussion Instrument)  ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาใกล้เคียงกันกับ “ระนาดไม้” ของไทย  เสียงของไซโลโฟนจะเกิดจากการตีกระทบ ให้เกิดทำนองเพลง ความสนุกของ PlayRoom นี้ ก็คือ การที่เราชักชวนเด็ก ๆ ให้มาช่วยกันสร้างสรรค์เครื่องดนตรีชิ้นแรกของพวกเขาเอง โดยใช้ของที่มีอยู่แล้วในบ้าน นั่นก็คือ “ไซโลโฟนน้ำสีรุ้ง” นั่นเอง!

อุปกรณ์

  1. แก้วน้ำ หรือขวดโหล ที่มีรูปทรงและขนาดเท่ากัน 7 ใบ
  2. น้ำสะอาด
  3. ถ้วยตวง
  4. สีผสมอาหาร 7 สี
  5. ที่หยดสี (Dropper)
  6. ช้อนสังกะสี

วิธีการเล่น

  1. จัดเรียงขวดแก้ว ทั้ง 7 ใบ ให้วางเรียงอยู่ในระนาบเดียวกัน
  2. ตวงน้ำ 1 ¾ แล้วเทใส่ลงในแก้วใบที่ 1 , จากนั้นจึงตวงน้ำ 1 ½ ลงในแก้วใบที่ 2 , ตวงน้ำ 1 ¼ ลงในแก้วใบที่ 3 แล้วค่อยๆ ลดปริมาณน้ำลง ¼ ถ้วยในแต่ละแก้ว
    ไปจนถึงแก้วใบสุดท้าย
  3. หยดสีผสมอาหารแต่ละสี ลงในแก้วแต่ละใบที่เตรียมไว้ เพื่อย้อมสีรุ้งให้กับน้ำทั้งหมด

4. เมื่อเสร็จแล้ว เราก็จะได้ ไซโลโฟนน้ำสีรุ้ง
5. เด็กๆ ใช้ช้อนสังกะสี เคาะไปที่ขวดแก้วแต่ละใบ  เสียงที่เกิดขึ้นจากการเคาะ
จะเป็นระดับเสียงที่แตกต่างกัน ตั้งแต่เสียงต่ำสุด ไปจนถึงสูงสุด

คำแนะนำ

  • ความแหลมของเสียงที่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับความเร็วของการสั่น โดยในแก้วที่มีน้ำมากสุด จะเกิดการสั่นสะเทือนช้าที่สุด ทำให้เกิดเสียงต่ำ ขณะที่เมื่อเคาะแก้วที่มีน้ำอยู่น้อยสุดจะได้ยินเสียงแหลมสุด เพราะคลื่นเสียงสามารถเคลื่อนที่ผ่านอากาศเข้าสู่หูของเราได้เร็วที่สุด
  • เพื่อความสนุกยกกำลัง 2 … ลองให้เด็กๆ เคาะไซโลโฟนน้ำ ด้วยท่วงทำนองง่ายๆ ของเพลงที่พวกเขารู้จัก เป็นต้นว่า Happy Birthday หรือ
    Twinkle Twinkle Little Star !

    

Natural Portrait ภาพวาด และแรงบันดาลใจจากดอกไม้ใบหญ้า

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า เราสามารถมองหาแรงบันดาลใจได้จาก สิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว โดยเฉพาะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ พลังของความคิดสร้างสรรค์ ก็ดูจะยิ่งทำงานได้ยอดเยี่ยม อย่างไม่น่าเชื่อ

ในทริปเดินป่าครั้งล่าสุด สิ่งที่ลูกชายวัย 7 ขวบ ถือติดมือออกจากป่ามาด้วย ก็คือ บรรดากิ่งไม้ ใบหญ้า หลายต่อหลายใบที่ร่วงหล่นอยู่ตามพื้นดิน เขารวบรวมใบไม้ใบหญ้า โอบกอดมันไว้ในอุ้งมือทั้งสอง ก่อนจะค่อยๆบรรจงใส่มันลงไปในเป้ใบใหญ่

เมื่อกลับถึงบ้าน พี่ชายเล่าเรื่องการเดินป่าที่ผ่านมาให้น้องฟัง พร้อมจูงมือน้องชายวัย 3 ขวบเดินหายกันไปในสวนหลังบ้าน แล้วช่วยกันเก็บของอีก 2-3 อย่าง ก่อนจะหันมาบอกกันแม่ที่ยืนมองด้วยความสงสัยว่า

            “เราจะช่วยกันวาดรูปที่มีดอกไม้ใบไม้พวกนี้ เป็นส่วนประกอบ”

อุปกรณ์

  1. กระดาษขาว
  2. สีไม้ , สีเทียน
  3. กิ่งไม้
  4. ใบไม้
  5. กลีบดอกไม้
  6. กาวลาเท็กซ์ หรือ กาวสเปรย์

วิธีการเล่น

1. วาดภาพร่างใบหน้าของคน, สัตว์, ตัวการ์ตูนที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ ขึ้นมาก่อน 

2. จากนั้นจึงให้เด็ก ๆ ช่วยกันเก็บดอกไม้ใบไม้ต่าง ๆ มาเสริม เติม แต่ง ส่วนต่าง ๆ ของภาพร่างเหล่านั้น ให้กลายเป็น ภาพเสมือนที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยใช้กาวลาเท็ก หรือกาวสเปรย์

        

เมื่อเมฆฝนหยาดลงในขวดแก้ว

ในวันที่ท้องฟ้ามืดครึ้ม เมฆและหยาดฝนร่วงหล่นลงมาจากบนฟากฟ้า เด็ก ๆ เคยตั้งคำถามถามคุณพ่อคุณแม่กันบ้างมั้ยคะว่า ..เมฆครึ้ม และสายฝนนั้นมีที่มาจากไหน?

PlayRoom กิจกรรมนี้ เป็นกิจกรรมสนุก ที่ทำได้ง่าย ๆ แถมยังสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เบื้องต้น ในเรื่องของปรากฎการณ์ตามธรรมชาติให้กับเด็ก ๆ  โดยใช้ของใช้ที่มีภายในบ้าน เพียงไม่กี่ชิ้น ก็สามารถ สร้าง “เมฆฝน”  ให้เกิดขึ้นได้ ภายในบ้านของเราเอง

อุปกรณ์

  1. แก้วใส
  2. ครีมโกนหนวด  ชนิดโฟม
  3. สีผสมอาหาร
  4. น้ำสะอาด

วิธีการเล่น

  1. เติมน้ำลงในแก้ว
  2. บีบครีมโกนหนวดลงไปบนปากแก้ว
  3. หยดสีผสมอาหาร ลงไปบนครีมโกนหนวด

คำแนะนำ

  • เนื่องจากกิจกรรมนี้ เกี่ยวข้องกับการใช้ครีมโกนหนวด ซึ่งเด็ก ๆ อาจสับสนกับ วิปครีม
    ที่พวกเขาเคยเห็น ก่อนจะลงมือทดลองกิจกรรมนี้ จึงอยากให้คุณพ่อคุณแม่อธิบายกับเด็ก ๆ อย่างชัดเจน ว่า นี่ไม่ใช่วิปครีมในอาหาร เพื่อให้เด็กเกิดความเข้าใจตรงกัน
  • ในระหว่างกิจกรรมคุณแม่สามารถอธิบายปรากฎการณ์การเกิดฝนเพิ่มเติม เพื่อให้เด็กเข้าใจถึงปรากฏการณ์นี้

Tortoises Little Garden บ้านสวนสร้างสรรค์ของเด็กๆ

“เต่าบก” คือ สัตว์เลี้ยงชนิดแรกของครอบครัวเรา ที่เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในการดูแล
มาตั้งแต่เริ่มต้น ความที่อยากชักชวนให้เด็ก ๆ ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และรู้จักนำขยะ ของเหลือใช้ในบ้าน มาสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ ฉันจึงเปิดพื้นที่สีเขียวในสวนหลังบ้าน เป็น PlayRoom เฉพาะกิจ เพื่อให้พวกเขาได้รวมรวมของเหลือใช้ในบ้าน ที่กำลังจะกลายเป็น “ขยะ” มาสร้างสรรค์เป็น “บ้านสวนของเต่าบก”  !

ใน PlayRoom นี้ ฉันชวนลูกมาช่วยกันประดิษฐ์บ้านสวนให้กับเต่าบก “สายชื้น” ที่พวกเด็ก ๆ เคยเลี้ยง เพื่อให้เข้ากับ ต้นไม้ที่ปลูกไว้ภายในบริเวณรอบ ๆ บ้านที่ส่วนใหญ่เป็นไม้ร่ม ที่ต้องการความชุ่มชื้น และเติบโตได้ดีในเขตร้อนชื้น โดยให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในแต่ละขั้นตอน และต่อจากนี้พวกเขาก็จะมีหน้าที่รับผิดชอบในการรดน้ำ ดูแลต้นไม้ ในสวนเต่าของพวกเขา ซึ่งเป็นงานที่เด็ก ๆ ให้ความสำคัญมาก ๆ

อุปกรณ์

  1. ยางรถยนต์ ที่หมดอายุการใช้งานแล้วหรือจะภาชนะอะไรก็ได้ (แข็งแรง, เคลื่อนย้ายง่าย,ระบายน้ำได้ง่าย เช่น ตะกร้า, ลิ้นชักไม้เก่า)
  2. ต้นไม้
  3. ก้อนหิน
  4. เต่าบก หรือหุ่นจำลองเต่าบก หรือของเล่นในธีมต่างๆ ตามความสนใจของลูก
  5. ดินและปุ๋ย ดีๆ
  6. ที่รดน้ำต้นไม้
  7. ที่พรวนดิน
  8. สีและพู่กัน

วิธีการเล่น

  1. นำยางรถยนต์ ที่เสื่อมสภาพจากการใช้งาน มาทำความสะอาด (หากวงล้อยางมีขนาดเล็กเกินไป สามารถ กรีดขอบยางให้วงล้อใหญ่ขึ้นได้ เพื่อให้มีพื้นที่ในการจัดแต่งต้นไม้มากขึ้น)​
  2. รองบริเวณด้านล่างของล้อยาง ด้วย แผ่นไม้ หรือแผ่นหิน  เพื่อให้น้ำระบายออกได้ เพื่อไม่ให้รากไม้อิ่มตัวไปกับน้ำ จนกลายเป็นรากเน่าไปในที่สุด
  3. ผสมดินและปุ๋ยเข้าด้วยกัน แล้วใส่ลงไปในล้อยาง 

4. นำต้นไม้ที่เตรียมไว้ ลงปลูกในล้อยาง โดยเลือกต้นไม้ที่มีขนาดเหมาะสมกับ บ้านสวนหลังน้อย ที่คุณต้องการจะสร้างสรรค์ขึ้น
5. นำหุ่นจำลองเต่ายักษ์ หรือของเล่นที่เตรียมไว้ มาตกแต่งในสวนน้อยแห่งนี้   

6. ทาสี ที่บริเวณด้านนอก เพื่อสร้างสรรค์บ้านสวนขนาดย่อม ให้มีสีสัน และเปลี่ยนสภาพจากยางรถยนตร์ไร้ค่า ให้กลายเป็น ของตกแต่งสวน ชิ้นเอก

7. นำบ้านสวนฯ จัดวางไว้ในบริเวณที่ได้รับแสงแดดที่สวยงาม พร้อมที่จะเติบโต งอกงาม ต่อไป

คำแนะนำ

  • เต่าบก  เป็นสัตว์สายพันธุ์ดึกดำบรรพ์ ที่อยู่บนโลกนี้มานานมาก ในระหว่างที่ทำกิจกรรมผู้ปกครองควรคอยดูลูกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเต่าบกไม่มีพังผืดระหว่างนิ้วเท้า บวกกับกระดองที่มีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมาก จึงทำให้เจ้าเต่าชนิดนี้ ไม่สามารถว่ายน้ำ หรือใช้ชีวิตอยู่ในน้ำได้เลยซักนิด ..ถึงขนาดที่ว่า ปล่อยลงน้ำเมื่อไหร่ ..ก็จมน้ำตายได้เมื่อนั้น
  • สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของการสร้างสรรค์สวนสวรรค์ของพวกเด็กๆ นี้ก็คือ “ความไม่มีข้อจำกัดใดๆ” คุณพ่อคุณแม่สามารถกำหนดได้เลยว่า ต้องการให้สวนนี้ เล็ก หรือใหญ่ , ออกแบบเรียบง่าย จากวัสดุเหลือใช้ หรือประดิษฐ์จาก ข้าวของเครื่องใช้แปลกๆ ภายในบ้าน หรือ ของที่มีความหมายในวัยเด็ก
  • การสร้างสวนสวรรค์ขนาดเล็กนี้ เป็นโอกาสที่ดี ที่จะได้พูดคุยกับเด็ก ๆ ถึงเรื่องที่พวกเขาสนใจเป็นพิเศษนี้ ให้ลึกซึ้งลงไปกว่าเดิม อย่างเช่น บ้านสวนของเต่าบก นี้ คุณแม่สามารถสอนให้เด็กๆ ได้รู้จักถึงเรื่องของ  สายพันธุ์ต่างๆของเต่าบก, อาหารของพวกมัน,
    สถานที่ ๆ พวกมันอาศัยอยู่, อันดับในห่วงโซ่อาหาร, การวางไข่ และการดูแลลูก ๆ
    ของแม่เต่า

Home-made Orchestra

เด็ก ๆ กับเสียงดนตรีดูเหมือนว่าจะเป็นของคู่กันอยู่แล้ว เพราะแค่ได้ยินเสียงเพลง พวกเขาก็พร้อมที่จะขยับร่างกายดุ๊กดิ๊กไปตามจังหวะน่าเอ็นดู บ่อยครั้งที่เมื่อเขาได้เห็นนักดนตรีเล่นกีต้าร์บ้าง ตีกลองบ้าง ดีดเปียโนบ้าง เด็ก ๆ ก็สนุกกับการทำท่าตาม เหมือนกับว่าเขาเล่นเครื่องดนตรีเหล่านั้นได้เป็นจริงๆ

แต่วันนี้ เราจะชวนเด็ก ๆ เขยิบเข้าใกล้เสียงดนตรีเข้ามาอีกหน่อย ในแบบที่ไม่ต้องเรียนโน้ต ไม่ใช่ผลงานของศิลปินเอกระดับโลกใด ๆ แต่เป็นเสียงเพลงจากธรรมชาติ เสียงเพลง ที่เด็ก ๆ สามารถสร้างมันขึ้นมาเองได้!

กิจกรรม: บทเพลงของหยดน้ำ

อุปกรณ์

1. อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน
2. น้ำ จำนวนไม่จำกัด
3. ชุดของเด็ก ๆ ที่พร้อมเปียก

วิธีการเล่น

  1. หาพื้นที่ที่เปียกได้เต็มที่ที่ซักมุมของบ้าน แล้วทดลองเอาข้าวของในบ้าน (ที่คุณแม่ยอมให้มันเปียกได้) มาทดลองเล่นกับน้ำดูว่าจะได้เสียงเป็นอย่างไร (ถ้าเป็นของที่ทำจากเหล็กหรือสังกะสีจะให้เสียงและสร้างจังหวะที่น่าสนุกมาก ๆ)
  2. ทดลองปล่อยน้ำลงจากที่สูงลงบนพื้นผิวที่แตกต่างกัน

3. ลองเคาะแก้วที่ใส่ปริมาณน้ำไม่เท่ากัน แล้วชวนกันสังเกตว่าได้เสียงแตกต่างกันอย่างไร กดอัดบันทึกเสียงนั้นเอาไว้ เป็นผลงานการดนตรีที่มีเพียงซิงเกิลเดียวในโลก ไม่ซ้ำใครแน่ ๆ